AI คือโอกาสครั้งเดียวในช่วงชีวิตที่จะเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม และจัดการกับความท้าทายที่สำคัญที่สุดหลายประการในสังคม3 ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นว่าขีดความสามารถของ AI ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาโมเดลสถาปัตยกรรมทรานส์ฟอร์เมอร์โดยนักวิจัยของ Google ในปี 2017 ในงานวิจัยของเรา พบว่า AI สามารถช่วยเป็นพลังขับเคลื่อนให้กับการเติบโตระยะถัดไปของประเทศไทยได้ โดยกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.2 ล้านล้านบาท (35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้น 7% ในมูลค่าเพิ่มรวมทางเศรษฐกิจ (GVA)
ในปี 2025 กลุ่มธุรกิจแรกที่เริ่มใช้ AI มองเห็นประโยชน์ที่มีนัยสำคัญจากการใช้ AI ทั้งในด้านของการประหยัดเวลาและการสนับสนุนในการทำงาน และเมื่อเวลาผ่านไป ประโยชน์เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ในขณะที่ AI ปฏิรูปกระบวนการธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปิดทางให้กับผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ และเร่งให้เกิดการวิจัยและการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้ายที่สุด ประชากรกว่า 60% ในประเทศไทยบอกว่ามีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับศักยภาพด้าน AI ของประเทศ และ 62% เชื่อมั่นว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตโดยตรง
ในปัจจุบันมีการนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็ว ในระดับที่คล้ายคลึงกับสมาร์ตโฟนที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์ด้านเทคโนโลยีของประเทศไทย4 จำนวนผู้ใช้ AI ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 6 เท่า ในปี 2024 เมื่อเทียบกับปี 2023 และเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ในปี 2025 เมื่อเทียบกับป 20245
คนไทยเริ่มนำเครื่องมือ Generative AI มาใช้กับงานประจำวันอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานรุ่นใหม่ โดยรวมแล้ว, 57% ของกลุ่มที่เราทำการสำรวจในประเทศไทย และ 65% จากผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี กล่าวว่าได้ใช้เครื่องมือ Generative AI ทุกสัปดาห์ในชีวิตการทำงาน
ระบุว่าได้ใช้เครื่องมือ Generative AI
เป็นประจำทุกสัปดาห์ในงานของตนอยู่แล้ว ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น
ในกลุ่มคนไทยอายุต่ำกว่า 35 ปี
ท่านคิดว่าจะสามารถใช้ AI ในชีวิต [ส่วนตัว/การทำงาน] ในวิธีใดได้บ้าง โปรดตอบด้วยถ้อยคำของท่านเอง
คำตอบได้รับการปรับแก้ด้านไวยากรณ์และการสะกดคำเท่านั้น โดยคงเนื้อหาตามต้นฉบับทั้งหมด
คำตอบทั้งหมดมาจากการสำรวจในกลุ่มประชากรไทยวัยผู้ใหญ่โดย Public First
ตามดัชนีบ่งชี้ขีดความสามารถในการแข่งขันของโลก โดย International Institute for Management Development (IMD) ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศก็ขยับจากอันดับที่ 21 มาอยู่อันดับที่ 8 ของโลกในช่วงห้าปีที่ผ่านมา6
งานวิจัยของเราพบว่า AI พร้อมที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพให้กับการเติบโตในระยะถัดไปของประเทศไทย โดยมีบทบาทดังนี้
ประเทศไทยมีโอกาสครั้งสำคัญที่จะปรับปรุงผลิตภาพในการทำงานของแรงงานอย่างก้าวกระโดด และเครื่องมือ AI จะเป็นตัวเร่งให้การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการวิเคราะห์ของเรา ในปัจจุบันเทคโนโลยี AI มีแนวโน้มที่จะส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้กับแรงงานประมาณ 37% ได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกัน ก็พบว่ามีเพียงไม่ถึง 5% ของแรงงานในปัจจุบันที่มีความเสี่ยงที่จะถูกแทนที่โดย AI7 และมีแนวโน้มว่าแรงงานอีก 58% อาจจะไม่ได้รับผลกระทบ
เราประมาณการว่า AI จะสามารถประหยัดเวลาการทำงานด้านบริหารจัดการให้กับแรงงานทั่วไปโดยเฉลี่ยได้สัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง
ด้วยการเพิ่มความสามารถในการทำงาน และการให้แรงงานมุ่งเน้นกับการทำงานที่สร้างมูลค่าสูงมากกว่า AI จึงช่วยเพิ่มมูลค่าของชั่วโมงทำงาน และอาจเพิ่มค่าจ้างได้มากกว่า 6%
ภาคการเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยมายาวนาน โดยมีสัดส่วนคิดเป็นเกือบ 9% ของ GDP ซึ่งเท่ากับ 1.6 ล้านล้านบาท (44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)8
AI สามารถช่วยเสริมการทำเกษตรกรรม แบบแม่นยำสูง การตรวจหาศัตรูพืชตั้งแต่เนิ่น ๆ และการใช้น้ำอย่างชาญฉลาด เราประมาณการว่า AI จะสามารถเพิ่มผลิตภาพของภาคเกษตรกรรมในประเทศไทยได้ 110,000 ล้านบาท (3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
การใช้ประโยชน์จาก AI และการหันมาใช้ระบบดิจิทัลสามารถช่วยให้ภาคการผลิตในประเทศไทยรักษาความสามารถในแข่งขันได้มากขึ้น ทำให้สามารถต่อยอดจากจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ การแปรรูปอาหาร และอิเล็กทรอนิกส์ได้
AI สามารถช่วยบริษัทในภาคการผลิตให้ปรับ
ห่วงโซ่อุปทานให้เหมาะสม ลดเวลาหยุดทำงาน
และลดข้อบกพร่องให้เหลือน้อยที่สุด หากมองแค่ด้านผลกระทบต่อผลิตภาพแรงงาน เราประมาณการ ว่า AI จะสามารถเพิ่มผลิตภาพในภาคการผลิตได้ 6%
ประเทศไทยมีภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ศิลปะดั้งเดิม ภาพยนตร์ร่วมสมัย วิดีโอ ไปจนถึงตลาดเกม9
สำหรับทั้งครีเอเตอร์อิสระและบริษัทสื่อดั้งเดิม Generative AI มีบทบาทสำคัญในการขยายการเข้าถึงการผลิตเนื้อหาที่มีมูลค่าสูงขึ้น เปิดโอกาสให้เกิดผลงานรูปแบบใหม่ ๆ และช่วยให้การแปลงเนื้อหาที่มีอยู่แล้วเป็นภาษาใหม่และรูปแบบต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เราประมาณการว่า AI จะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าของภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในประเทศไทยได้ 44,000 ล้านบาท (1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
AI สามารถช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้สะดวกขึ้นด้วยการขจัดอุปสรรคด้านภาษา และการจัดทำแผนการท่องเที่ยวเฉพาะบุคคล โดยรวมแล้ว เราประมาณการว่าธุรกิจขนาดเล็กในประเทศไทยอาจมีรายได้ 75,000 ล้านบาท (2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จากการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วย AI
Point of View คือหนึ่งในช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีผู้ติดตามมากกว่า 3.5 ล้านคน และมีเนื้อหาครอบคลุมด้านประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม ครีเอเตอร์ของช่องอย่างคุณวิวมองหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อทำให้เนื้อหาน่าสนใจและเข้าถึงได้ง่ายอยู่เสมอ และเห็นว่า AI เป็นวิธีหนึ่งในการขยายฐานคนดูได้โดยที่ไม่ลดทอนคุณภาพของเนื้อหาลง คุณวิวจึงใช้ Google Gemini เพื่อช่วยทำงานต่าง ๆ เช่น แปลชื่อวิดีโอมากกว่า 20 ภาษา วางแผนการถ่ายทำการเดินทาง และจัดการการเผยแพร่เนื้อหาในหลายภาษา
ด้วยการผสานเครื่องมืออย่าง Gemini และ Google Translate เข้าในขั้นตอนการทำงาน คุณวิวสามารถทำให้คอนเทนต์ที่ไม่มีวันล้าสมัยเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ชมทั่วโลก ตั้งแต่ประเทศเวียดนามไปจนถึงฝรั่งเศส เนื้อหามีคำแปลเร็วขึ้น ต้นทุนลดลง และการมีส่วนร่วมจากผู้ชมจากต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สำหรับคุณวิวแล้ว AI ไม่ได้แทนที่ความคิดสร้างสรรค์ แต่เป็นการขจัดอุปสรรคและทำให้ทีมงานมีเวลาสร้างสรรค์เนื้อหาคุณภาพสูงที่ผ่านการไตร่ตรองอย่างรอบคอบมากขึ้น เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และให้ความบันเทิงกับผู้ชมต่อไป
“AI คือเครื่องมือที่ลดเวลาทำงาน ลดต้นทุน และช่วยให้วิวเข้าถึงผู้ชมได้กว้างขึ้น ถ้ามีเครื่องมือที่สามารถช่วยได้มากกว่านี้ วิวก็จะลองเปิดใจใช้”
วิว
ครีเอเตอร์ของช่อง “Point of View”
เมื่อโลกก้าวเข้าสู่อนาคตที่มี AI เข้ามาช่วยสนับสนุน ประเทศไทยก็ได้แสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพในการผลิตฮาร์ดแวร์ การประกอบเซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศ12 ประเทศไทยจึงอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งพร้อมจะดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกและบริษัทระดับภูมิภาคต่างก็มองหาวิธีการที่จะเพิ่มการปฏิบัติงานด้าน AI ของตนเอง
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรากฐานการดำเนินงาน เช่น ศูนย์ข้อมูล จะส่งผลให้เกิดเม็ดเงินลงทุนไหลทะลักเข้ามาในเศรษฐกิจไทย ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจ กระแสรายได้ใหม่ ๆ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น ในปี 2024 Google ทุ่มเงินจำนวน 36,000 ล้านบาท (1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในการลงทุนระบบคลาวด์เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลและภูมิภาคคลาวด์ เพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผลข้อมูลบนคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น โครงการนี้จะสนับสนุนบริการต่าง ๆ ใน Google Cloud, Search, Maps, Workspace และ AI และคาดว่าจะทำให้เกิดการสร้างงานประมาณ 14,000 ตำแหน่งต่อปีจนถึงปี 202913
Google ลงทุนเพื่อสร้างความก้าวหน้าใน AI เป็นเวลามากกว่าทศวรรษ เพื่อสนับสนุนพันธกิจในการจัดระเบียบข้อมูลของโลก และทำให้ข้อมูลเป็นประโยชน์และสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ ตั้งแต่เทคนิคการทำความเข้าใจภาษาที่สำคัญ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมโมเดลทรานส์ฟอร์เมอร์ที่เป็นพื้นฐานของการปฏิรูป Generative AI นักวิจัยของ Google คือผู้อยู่เบื้องหลังความก้าวหน้าที่สำคัญมากมายในวงการ AI
วันนี้ Google กำลังขยายการเข้าถึง AI ให้กับผู้คนกว่าพันล้านคนในเอเชียแปซิฟิกผ่านผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น Search, Android, Gemini และ NotebookLM ขณะเดียวกันก็พร้อมช่วยให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น และเชื่อมต่อกับกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้มากกว่าที่เคย
สิ่งเหล่านี้สะสมเพิ่มพูนจนมีมูลค่ามหาศาล โดยในปี 2024 ผลิตภัณฑ์อย่าง Google Search, Google Maps, Google Play, Google Drive, และ YouTube สร้างประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้บริโภคในประเทศไทย คิดเป็นมูลค่า 1.8 ล้านล้านบาท (50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เทียบเท่ากับประโยชน์มูลค่า 2,800 บาท (81 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อเดือนสำหรับผู้ใช้ออนไลน์ทั่วไป ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ความสามารถในการทำงานเพิ่มขึ้น และประโยชน์ด้านความบันเทิงและการเรียนรู้
Google ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งเศรษฐกิจที่สำคัญ การเชื่อมโยงธุรกิจกับลูกค้าทั่วโลก การเพิ่มผลิตภาพของธุรกิจ และการให้ครีเอเตอร์และนักพัฒนาชาวไทยมีแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่สามารถเข้าถึงตลาดโลก ในปี 2024 บริการอย่าง Google Search, Google Ads, Google AdSense, Google Play, Google Cloud และ YouTube ได้สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่า 85,000 ล้านบาท (2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ให้กับธุรกิจไทย