ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence – AI) มอบโอกาสครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ที่จะช่วยยกระดับสถานะของประเทศไทยบนเวทีโลก AI อาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขความท้าทายทางด้านสังคมและเศรษฐกิจที่เร่งด่วนที่สุดของประเทศไทยได้อย่างตรงจุด ด้วยศักยภาพในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ให้กับแรงงาน ประเทศไทยจึงต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ และเตรียมบุคลากร ภาคธุรกิจ และชุมชนให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า
AI พร้อมที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่มีประสิทธิภาพให้กับการเติบโตในระยะถัดไปของประเทศไทย โดยงานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่า AI สามารถที่จะ
กระตุ้นเศรษฐกิจได้ 1.2 ล้านล้านบาท (35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) คิดเป็นมูลค่าเพิ่มรวมทางเศรษฐกิจ (GVA) 7% ซึ่งเกิดขึ้นจากผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นกับการนำ AI มาใช้
ดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) 1.7 ล้านล้านบาท (47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในช่วงเวลาสิบปีข้างหน้า เนื่องจากระบบนิเวศ AI ที่แข็งแกร่งร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัย ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจมากขึ้นในสายตาของบริษัททั่วโลก
โดยการลดช่องว่างระหว่างผลิตภาพ
ต่อหัวของประเทศไทย
กับเศรษฐกิจชั้นนำของโลกลงได้ถึง
ภายในหนึ่งทศวรรษ
คาดการณ์ว่า AI จะช่วยรับมือกับความท้าทายด้านสังคมและเศรษฐกิจที่เร่งด่วนที่สุดของประเทศไทยได้ ดังนี้
แม้ผู้ช่วยสอนด้วย AI จะไม่ใช่สิ่งทดแทนครูหรือติวเตอร์มนุษย์โดยตรง แต่สามารถเสริมแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลที่มีอยู่ และช่วยให้ผู้คนเรียนรู้อย่างยืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติมากขึ้นผ่านการสนทนาโต้ตอบ การทำให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น อาจเปิดโอกาสให้คนไทยกว่า 11 ล้านคนที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานในระบบ สามารถเพิ่มพูนทักษะของตนเองได้
การใช้ AI อย่างแพร่หลายยิ่งขึ้นอาจช่วยชดเชยภาวะขาดแคลนแรงงานที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ถึง 68% ซึ่งมีสาเหตุจากโครงสร้างประชากรสูงวัย โดยทำให้กำลังแรงงานที่มีจำนวนน้อยลงสามารถสร้างผลิตภาพได้มากขึ้น
เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือภาวะไขมันในเลือดสูง
การยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 54% ที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์และการฉ้อโกง
การจะทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.2 ล้านล้านบาท (35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จาก AI เป็นจริงขึ้นมาได้นั้น ต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญสองประการ ได้แก่ การยกระดับทักษะแรงงาน และการใช้เครื่องมือ AI ในภาคเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง
เพื่อให้ผลิตภาพเพิ่มขึ้นเพียงพอที่จะขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่กล่าวมาได้นั้น เราประมาณการว่าประเทศไทยจะต้องมีแรงงานที่มีทักษะ AI พื้นฐานเพิ่มอีก 19 ล้านคน แรงงานที่มีทักษะระดับกลางเพิ่มอีก 4.9 ล้านคน และแรงงานที่มีทักษะ AI ระดับสูงเพิ่มอีก 1.3 ล้านคน1
ในปัจจุบันธุรกิจมีค่าใช้จ่ายด้านไอทีที่ใช้ไปกับการประมวลผลบนคลาวด์เพียง 3% ซึ่งคิดเป็นเพียงหนึ่งในสามของการลงทุนในระบบคลาวด์ของธุรกิจในประเทศสิงคโปร์ (10%)2 การปิดช่องว่างนี้เป็นสิ่งสำคัญในการปลดล็อกประสิทธิภาพและขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันระดับโลก